20 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก ... จากที่ช้าเป็นเต่าคลานมาวันแรกๆๆ ร้องห่มร้องไห้กลัวจะเดินไม่ได้ คิดไปสารตะ เวลาป่วยอาการงี่เง่าด็ตามารุมเหมือนเด็กบ้า ฟุ้งซ่านจนมะขีขีบอกว่าเราเป็นวัยทองป่วยจิต ก็มันจริงแหละ ทำไรเองไม่ได้ จากที่เคยเดินตะลอนๆ โดนคำสาบให้ตีนเดี้ยง นอนอยู่กะที่มานาน กลายเป็นกินกะนอนจนเบื่อ นับจากวันระเห็ดออกจากถิ่นดูไบ..พอขาเดี้ยงปุ๊บก็ลากสังขารมาเข้าโรงบาลที่กทม.ทันที ร้องไห้กะอีขาบวมๆตลอดทาง นอนก็ฝันถึงตอนล้มตลอดเวลา พอนึกแล้วก็ร้องไห้ ร้องๆๆ เพราะตอนที่นั่งทับขาตัวเอง เห็นชัดเจนว่าขามันหักออกด้านข้าง ด้วยความตกใจเลยดัดขากลับมาเอง หมอยังชมว่าใจกล้ามาก ดัดขากลับมาเองได้ไง เราบอก ก็ข้อเท้ามันชาอยู่ บวกอารมณ์ตกใจ เห็นขาตัวเองพับไปเลยดัดเองเลย ฮ่าๆๆ
ตอนแรกหมอบอกว่า เอ่อ อาการอย่างนี้นะ เฝือกแข็งเดือนนึง ต่อด้วยเฝือกอ่อนอีกเดือน โอยยยยย อักษิกาคิดสารตะ บวกลบคูณหารในใจ แม่เจ้า.. จะเอาเงินที่ไหนใช้วะ เฮ้อออออร้องห่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอีกล้านรอบ ....มาถึงช่วงผ่าตัด อยู่โรงพยาบาลสี่วัน กำลังใจล้นล้าม เพื่อนแห่กันมาอย่างกะเลี้ยงรุ่น คุณนายเดียร์ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาสองปีก็มาเฝ้า ยุ้ย ติ๊ก แหวน กุ๊กไก่ พี่จุ๊ พี่แต้ม แถมยังมีพี่นัน ผู้โดยสารคนไทยที่เคยไปกะไฟล้ท์ กทม.- ซิดนีย์ หอบเอาขนมสารพัดมาฝาก อบอุ่นมากมาย กำลังใจอย่างกะยาวิเศษจริงๆ ไม่รู้ถ้ารักษาที่ดูไบ จะได้อาการดีเท่านี้มะเนี่ยยยยย

นึกถึงตอนผ่าตัดแล้วก็ยังกลัวๆ โดยเฉพาะตอนดมยาสลบ เหมือนหนังฟิล์มขาดยังไงอย่างงั้นคำสุดท้ายที่ได้ยินตอนเห็นเข็มยาสลบเข้าเส้นคือ "คุณอักษิกาคะ ท่ารู้สึกว่าง่วงก็หลับได้เลยนะคะ" พอตื่นมาก็กังวล ยาสลบไรวะ ฉีดแล้วเจ็บขา แล้วก็กังวล "ทำไงดี ยังไม่หลับเลย ถ้าเค้าผ่าตอนนี้ต้องตายแน่เลย" ประกอบกะความรู้สึกเจ็บขาขึ้นเป็นระยะ สักพักพยาบาลก็เข้ามาดู เราก็เสร่อถามไปว่า
"เอ่อ คุณหมอจะมารึยังคะ เอ่อ หนูยังไม่ง่วงเลยอ่ะค่ะ"
พยาบาลก็บอกว่า "เค้าผ่าเสร็จไปแล้ววววว หมอกลับบ้านแล้วววว"
พอเริ่มปวดแผลอีก พยาบาลก็สรรหายาแก้ปวดมาให้ เราแพ้ยาแก้ปวดที่ชื่อ เพ็ททิดีน พอฉีดแล้วอาเจียน แทบบ้า ฉีดเสร็จแล้วต้องฉีดยาแก้แพ้ ตามด้วยยาแก้อาเจียนตาม ทรมานมาก ปวดจนน้ำตาไหล ร้องไห้ พอสักพักก็เอามอร์ฟีนมาฉีด เราก็เมามอร์ฟีนอีก อาการเหมือนคนเล่นยา
คุณแมร์ส่งพยาบาลพิเศษชื่อ "มะขีขี" ตรงมาจากหาดใหญ่ มาดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่รู้เกิดไรขึ้นกะคุณพยาบาล ตั้งแต่อิชั้นผ่าตัด คุณเธอน้ำหนักขึ้นอีกห้าโล ของสารพัดที่คุณเพื่อนขนมาเยี่ยม ก่อนเราจะได้กินก็ต้องได้รับการทดสอบจากขีขีก่อน พอเราบ่นว่า โอยปวดขา.. นังน้องก็จะขู่เราตลอดเวลาว่า
"ฉีดมอร์ฟีนนะ"
ถ้าบ่นปวดอีกก็จะพูดอีก
"บ่นมากจะเรียกพยาบาลมาฉีดมอร์ฟีนนะ"
เราก็เงียบ พยายามทนเจ็บดีกว่ามอร์ฟีน หายเจ็บขาแต่อาเจียนทั้งวัน ใจสั่น .. ยอมปวดขาดีกว่า...

เป็นการกลับบ้านที่ยาวจริงๆ ได้อยู่กับแม่และน้องทั้งวัน รู้สึกแย่ๆ ที่โตป่านนี้แล้วต้องเป็นภาระของแม่อีก
แม่อาบน้ำ สระผมให้เหมือนเด็กๆ วันนี้กลับไปที่ BHN อีกครั้ง หมออนุญาตให้เดินโดยไม่มีเฝือกได้แล้วววววววววว ใส่สายรัดข้อเท้าแล้วก็ค่อยๆเดิน "ห้ามใส่ส้นสูง" เด็ดขาด ก้าวแรกที่ย่างลงบนพี้น น้ำตาแทบไหล
... เท้ากลับมาตรงแล้ววว เดินได้แล้ว ... หมอให้หัดเดินทีละนิดเป็นกายภาพบำบัด ห้ามวิ่ง ห้ามกระโดด
ดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่อยากจะเชื่อ ว่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ให้กำลังใจ ขอบคุณกุ๊กไก่ที่ส่งข้าวส่งน้ำจนพยาบาลขีขีอ้วนเป็นปลาบึก

ว่าแล้วพรุ่งนี้จะออกกำลังเบาๆ ยีดเส้นยึดสาย ก่อนที่จะกลายเป็นปลาวาฬเร็วๆนี้
จะได้กลับไปบินแล้ววววววววววววว ดีใจ