เมื่อวานเป็นวันแรกในรอบหลายๆวัน ที่ได้คุยกะเดียเพื่อนรัก ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปไกลขนาดไหน ก็ยังเข้าใจกันโดยไม่ต้องเล่า แค่เห็นหน้าเดียร์ผ่านเว็บแคมก็น้ำตาไหลได้ ไม่ได้เล่าอะไรมาก เหมือนเดียร์จะเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องพูด แค่บ่นว่า
"แก...เชื่อมั้ย เราเคยคิดว่า วันนึง ถ้าเราคิดจะตายเพื่อใคร นอกจากแม่, น้อง, แหวน และ แก อีกคนคือ...โชค"
และแล้ว ก็พบว่า...วันนึงเราได้ทำทุกอย่างที่เราอยากทำในชีวิต ได้เที่ยวไปโน่นนี่ แต่เราต้องงงๆ กะการเอากล้องมาถ่ายรูปตัวเอง อยู่คนเดียว ทุกอย่างที่อยากทำ มันเป็นเลือดเนื้อ ส่วนหนึ่งของลมหายใจ... เราไม่ค่อยเขียนเรื่องชีวิตรัก เพราะมันจะเน่ายิ่งกว่าสงครามนางฟ้า แต่วันนี้เหมือนทำนบกั้นบ่อน้ำตาแตก
ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่า สิ่งที่ต้องแลกกับการได้มาถึงฝั่งฝันแทบทำให้ขาดใจ ในเมื่อมุมมองชีวิตของเราต่างกัน ... ถ้าเรารักใครสักคน แล้ววันนึงพบว่าคนคนนั้นไม่เคยคิดจะต่อสู้อะไรเพื่อเราเลยในชีวิต มันคุ้มมั้ยที่เราจะรักคนนึงไปทั้งชีวิต
สองปีที่ผ่านมา เราพยายามดูแล "เพื่อน" ที่รักของเรา เท่าที่เราจะทำได้ แต่เหมือนเป็นแค่เราเองที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียว เราไม่รู้ว่าความห่างไกลมันเป็นอุปสรรคแค่ไหนสำหรับชีวิตคนสองคน เราไม่เคยเรียกร้องในสิ่งที่มันยากเกินไป แค่ขอให้เราได้รับรู้บ้างว่า เรายังเป็นคนที่มีตัวตนในชีวิตของกันและกัน
ทุกอย่างมันยิ่งน้อยลง น้อยลง จนเราคิดว่า อาจมีเราแค่คนเดียวที่คิดว่าเราสองคนยังเป็น "เพือนสนิท" กัน บางทีวันเวลา อาจทำเค้าเปลี่ยนไป การแข่งขันของสังคม อาจทำให้ต้องรักตัวเองก่อนจนขาดไม่ได้ วันที่เราต้องเดินทางจากหาดใหญ่ ไปหาหมอที่กทม.อีกครั้ง เรายังนั่งรถเข็น ใส่เฝือก ถือไม้เท้า เราขอร้องให้เพื่อนรักคนนี้พาเราไปหาหมอ แต่คำตอบที่ได้ คือ "ไปไม่ได้ เพราะเป็นวันทำงาน" เราพูดแล้วพูดอีก บอกว่า เราขอได้มั้ย ... โดดงานมาซักวัน ถ้าเลือกได้ เราก็ไม่อยากขาหัก... อืมมม คำตอบที่ได้ก็ตัดขั้วหัวใจไปรอบนึง ว่า "ทำได้ แต่ไม่อยากทำ... ไม่ใช่สิ่งควรทำ"
สำหรับเรา มันไม่ใช่เรื่องของความจำเป็นหรือไม่จำเป็น ... เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความ "เอาใจใส่" เราฝืนใจหาหมอจนจบ แล้วก็ตีตั๋วกลับหาดใหญ่วันนั้นด้วยตัวเอง จนกระทั่งวันที่นั่งเครื่องกลับดูไบ ไปหาหมอที่กทม.อีกรอบ แล้ว ตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะมาส่งเราที่สนามบิน แล้วก็ตามมาว่า ติดประชุม ... เลิกจากประชุม ... ต้องเดินห้างต่อกับเพื่อนในออฟฟิศ ยังมาไม่ได้ ... พอโทร.ไปถามว่าทำไมไม่มาซักที กลับกลายเป็นโดนมองว่าโทร จิก แล้วก็ไม่มา ไม่แม้แต่จะโทร.มาบอกลา
ทุกๆวันที่ผ่านไปเหมือนใจจะขาด นั่งเสียใจกับเรื่องนี้ มีคำถามมากมายที่ไม่เคยได้คำตอบ ... จนเลิกอยากรู้ไปเอง
... เราแค่อยากถามว่า ...
...คนที่เธอเรียกตลอดมาว่า "ที่รัก" เธอเคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อชีวิตนี้จะได้อยู่กับเค้าตลอดไปบ้างมั้ย ...
เราไม่เคยเรียกเธอว่า "ที่รัก" แต่เราหวังอยู่เสมอว่าวันนึงเราจะได้เดินด้วยกันทุกๆย่างก้าวของชีวิต
แล้วมันก็เป็นแค่หวังและฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง
คนเรา ไม่จากเป็น ก็ต้องตายจากกันสักวัน สักวันที่ต้องมีใครหายไปจากชีวิต เป็นธรรมดาของโลก
..................................................
ไม่ผิดใช่ไหม ถ้าฉันนั้นอยากรู้ อยากถามเธอดู กับสิ่งที่มันเปลี่ยนไป
ที่เคยว่ารัก ตอนนี้ยังมีบ้างไหม ฉันไม่แน่ใจ เมื่อเธอ ไม่เหมือนเคย
....จะทิ้งฉันแล้วใช่ไหม เห็นเธอบอกใครต่อใคร ว่าเราจะจบ
เธอพบ คนดีดี ที่ผ่านเข้ามา
หากคิดว่ารักของฉัน หมดความสำคัญ ก็ให้บอกมา
เมื่อเธอ พบใครดีกว่า
ในวันนี้ ขอเพียงว่า ให้เธอ...พูดลากันสักคำ
อย่าปล่อยให้ฉัน ต้องถามคนอื่นเขา
มันเรื่องของเรา อยากจะให้เธอ บอกกัน
หากจะไม่รัก ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ขอคำสั้นสั้น
ให้เธอเป็นคน
พูดมา
ในวันนี้ ขอเพียงว่า ให้เธอ พูดลากับฉันเอง